วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

การพัฒนาภาษาอังกฤษ


การพัฒนาภาษาอังกฤษ

หากต้องการพัฒนาทักษะทั้งสี่ข้อนี้ คุณต้องพาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษ ใช้ภาษาอังกฤษให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะที่บ้าน ที่ทำงานหรือเวลาว่าง ใช้ภาษาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะต้องฝึกทั้ง 4 ทักษะ ได้แก่ฟัง พูด อ่านและเขียน
การฟัง
ทักษะการฟังมีบทบาทสำคัญไม่ว่าจะเรียนภาษาใดก็ตาม การฟังอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้เราเข้าใจและเหนือสิ่งอื่นใดยังทำให้เราพูดเก่งขึ้นอีกด้วย เราจะพัฒนาทักษะการฟังได้อย่างไร ให้ลองฟังอย่างตั้งใจ  ไม่ใช่แค่ฟังว่าพูดว่าอะไร แต่ให้ฟังว่าพูดอย่างไร
การพูด
มักจะเป็นทักษะที่ยากที่สุดในบรรดาสี่ทักษะ แต่ทันทีที่คุณเริ่มพูดภาษาอังกฤษได้สักเล็กน้อยแล้ว จะมีอีกหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณเก่งภาษาได้เร็วขึ้นและสนุกมากขึ้นด้วย
1. ฟังเพลง ไม่ว่าจะเก่าหรือไม่ เลือกได้ตามใจชอบ แต่ให้ลองตั้งใจฟังเนื้อร้อง (บางครั้งการอ่านเนื้อร้องตามไปด้วยจะช่วยให้คุณเข้าใจเพลงมากขึ้น)
2. ฟังภาพยนต์ รายการโทรทัศน์ ข่าว รายการบันเทิงและวิทยุ ลองเลือกภาพยนต์คลาสสิค ถ้าคุณดูแบบ DVD ได้ คุณสามารถดูหนังซ้ำได้หลายรอบ ดูพร้อมซับไตเติ้ลจากนั้นเมื่อรู้สึกคุ้นเคยแล้ว ให้ปิดซับไตเติ้ล คุณสามารถเปิดวิทยุฟังคลื่นที่เป็นภาษาอังกฤษที่บ้านหรือผ่านทางมือถือก็ได้ แม้คุณจะไม่ได้ตั้งใจฟัง หูก็จะเริ่มชินเสียงของภาษาอังกฤษมากขึ้น
3. เข้าชมละครเวที นิทรรศการ หรืองานสัมมนาที่จัดเป็นภาษาอังกฤษซึ่งจัดโดยโรงเรียนหรือชุมชมที่ใช้ภาษาอังกฤษ
4. ลองโทรแชท. เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาไปไกลมากโดยเฉพาะสื่อโซเชียล เน็ตเวิร์ค ดังนั้นไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณจะเจอแชทรูมให้ได้เข้าไปพูดคุย
5. พูดและอัดเสียงตัวเองไว้.  อาจจะฟังดูตลก แต่จะช่วยให้คุณได้รู้ว่าการได้พูดซ้ำ ๆ และอัดเสียงไว้หลายครั้งจนกว่าคุณจะพอใจสามารถช่วยพัฒนาคุณได้อย่างมาก
6. คุยกับเพื่อนเป็นภาษาอังกฤษเวลาอยู่นอกห้องเรียน หรือจะจับกลุ่มกันเล่นเกม กินข้าวด้วยกัน หรือนั่งคุยกันก็ยังได้
การอ่าน
เป็นกระบวนการการทำงานของสมองและใช้เวลาในการพัฒนา ใจของคุณจะผูกความหมายเข้ากับคำศัพท์ วลีและสำนวนและยังต้องทำความเข้าใจไวยากรณ์และโครงสร้างประโยคที่ใช้ในบทความนั้น ๆ เพื่อจะอ่านให้เข้าใจ ถ้าคุณพัฒนาทักษะการอ่านให้เก่งได้เมื่อไร จะเป็นประโยชน์กับคุณในอนาคตอย่างยิ่ง ให้ลองอ่านเนื้อหาดังต่อไปนี้
7. หนังสือภาษาอังกฤษและบทความบนเว็บไซต์ บางที อาจเป็นหนังสือที่คุณเคยอ่านมาแล้วในฉบับภาษาแม่ หรือหนังสือที่นำมาสร้างเป็นภาพยนต์ ลองเริ่มจากเล่มง่าย ๆ อาจเป็นหนังสือเด็กหรือการ์ตูนเลยก็ย่อมได้ ภาพประกอบจะช่วยให้คุณเข้าใจแม้ว่าคุณจะไม่รู้ศัพท์คำนั้น
8. เปลี่ยนภาษาที่ใช้ในมือถือ คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตเป็นภาษาอังกฤษ การได้อ่านคำสั่งต่าง ๆ ในอุปกรณ์จะช่วยพัฒนาคำศัพท์ของคุณ
การเขียน
แม้ว่าทักษะการเขียนจะเป็นสิ่งที่หลายคนกลัว แต่ทุกคนสามารถเขียนเก่งได้แค่มีวินัยและความตั้งใจจะเรียน
9. จดศัพท์หรือสำนวน ที่คุณคิดว่ามีประโยชน์ โดยจดความหมายและตัวอย่างประกอบด้วย จำเป็นประโยคดีกว่าจำเป็นคำ คุณสามารถนำมาเขียนเป็นไดอารี่ก็ได้

10. เขียนความคิดเห็น ในบล็อคภาษาอังกฤษ ในปัจจุบัน บล็อคคือเว็บไซต์ที่มีลักษณะคล้ายกับวารสาร หลายคนใช้บล็อคเพื่อถ่ายทอดความคิดเกี่ยวกับเรื่องบางเรื่องหรืออธิบายบางอย่าง ตั้งแต่วิธีการถักผ้าพันคอ ไปจนถึงเรื่องที่ซับซ้อนที่เกี่ยวกับความรู้เฉพาะทางหรือประเด็นทางปรัชญา หนึ่งในฟีเจอร์ของบล็อคเหล่านี้คือการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านมีส่วนร่วม โดยการแสดงความเห็นหรือถกเถียงแนวคิดที่พูดคุยกันในบล็อคได้ ต่อให้คุณไม่ใช่แฟนบล็อคตัวยง คุณก็อาจจะไปเจอเนื้อหาอะไรที่กระตุ้นให้คุณอยากมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้น ลองดูซะ คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้ถึงจะเขียนสองสามประโยคแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ได้อ่าน
เคล็ดลับทุกข้อที่กล่าวไปข้างต้นสามารถสรุปให้เหลือข้อเดียวสั้น ๆ ได้ก็คือ ฝึก ฝึก และฝึก! ไม่ว่าสไตล์การเรียนของคุณจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะใช้ภาษาไหนเป็นภาษาแม่ กุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้คุณเก่งภาษาต่างประเทศคือการฝึกให้มากและบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้



Credit : @https://www.wallstreetenglish.in.th

พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 1-10



พระนามเต็ม พระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 1-10

รัชกาลที่ 1



รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศร ตรีภูวเนตรวรนารถนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัยสมุทัยดโรมนต์ สกลจักรวาฬาธิเบนทร์ สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทรปรมาธิเบศร โลกเชฎวิสุทธิ์ รัตนมงกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 1 ใช้อักษรย่อว่า จปร ย่อมาจาก มหาจักรีบรมนาถ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 73 พรรษา) รัชกาลที่ 1 : พระราชสมภพ 20 มีนาคม พ.ศ. 2279 – สวรรคต 7 กันยายน พ.ศ. 2352
. . . . .

รัชกาลที่ 2


รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

พระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิราชรามาธิบดี ศรีสินทรบรมมหาจักรพรรดิราชาธิบดินทร์ ธรณินทราธิราช รัตนากาศภาสกรวงศ์ องค์ปรมาธิเบศ ตรีภูวเนตรวรนายก ดิลกรัตนราชชาติอาชาวศรัย สมุทัยดโรมนต์ สากลจักรวาฬาธิเบนทร สุริเยนทราธิบดินทร์ หริหรินทราธาดาธิบดี ศรีวิบูลยคุณอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันตอกนิษฐ ฤทธิราเมศวรมหันต บรมธรรมิกราชาธิราชเดโชชัย พรหมเทพาดิเทพนฤบดินทร์ ภูมิทรปรมาธิเบศโลกเชษฐวิสุทธิ รัตนมกุฎประกาศ คตามหาพุทธางกูรบรมบพิตร พระพุทธเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 2 ใช้อักษรย่อว่า อปร ย่อมาจาก มหาอิศรสุนทร ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 3


รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสรฐ มหาเจษฎาบดินทร์ สยามินทรวิโรดม บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 3 ใช้อักษรย่อว่า จปร ย่อมาจาก มหาเจษฎาบดินทร ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 27 ปี (พระชนมายุ 64 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 4


รัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎสุทธิ สมมุติเทพยพงศวงศาดิศรกษัตริย์ วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาติสังสุทธิเคราะหณี จักรีบรมนาถ อดิศวราชรามวรังกูร สุจริตมูลสุสาธิตอุกฤษฐวิบูลย บุรพาดูลยกฤษฎาภินิหารสุภาธิการรังสฤษดิ ธัญญลักษณ วิจิตรโสภาคสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคคล ประสิทธิสรรพสุภผลอุดม บรมสุขุมาลยมหาบุรุษยรัตน ศึกษาพิพัฒนสรรพโกศล สุวิสุทธิวิมลศุภศีลสมาจารย์ เพ็ชรญาณประภาไพโรจน์ อเนกโกฎิสาธุ คุณวิบุลยสันดาน ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์เอกอัครมหาบุรุษสุตพุทธมหากระวี ตรีปิฎกาทิโกศล วิมลปรีชามหาอุดมบัณฑิต สุนทรวิจิตรปฏิภาณ บริบูรณ์คุณสาร สัสยามาทิโลกยดิลกสาร สัสยามาทิโลกยดิลก มหาปริวารนายกอนันต์ มหันตวรฤทธิเดชอนันต์ มหันตวรฤทธิเดช สรรพพิเศษ สิรินธรมหาชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิษิต สรรพทศทิศวิชิตวิไชย สกลมไหศวรินมหาสยามินทร มเหศวรมหินทร มหาราชาวโรดมบรมนารถชาติอาชาวศรัย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อุกฤษฐศักดิอัครนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร ปรเมนทรธรรมมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบรมบพิตร พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 ใช้อักษรย่อว่า มปร ย่อมาจาก มหามงกุฎ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 17 ปี (พระชนมายุ 63 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 5


รัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาจุฬสลงกรณ์ บดินทรเทพยมหามงกุฎ บุรุษรัตนราชรวิวงศ์ วรุฒมพงษ์บรพัตร วรขัติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ อดิศวรราชรามวรังกูร สุภาธิการรังสฤษฏ์ ธัญลักษณวิจิตโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภ ผลอุดมบรมสุขุมมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาลเกียรติคุณอดุลยวิเศษ สรพรรพเทเวศรานุรักษ์ วิสิษฐศักดิ์สมญาพินิตประชานาถเปรมกระมลขัติยราชประยูร มูลมุขราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรวิเศษสิรินทร อเนกชนนิกรสโมสรสมมติ ประสิทธิ์วรยศ มโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกกาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหสวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรามหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติ อาชาวศรัย พุทธาธิไตยรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤทัย อโนปมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรมินทรธรรมิกหาราชาธิราช บรมนาถบพิตรพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 5 ใช้อักษรย่อว่า จปร ย่อมาจาก มหาจุฬาลงกรณ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 42 ปี (พระชนมายุ 57 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 6


รัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาวชิรวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานาถมหาสมมตวงศ์ อดิศัยพงศ์วิมลรัตน์วรขัตติราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฏนเรนทร์สูรสันตติวงศ์วิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหาร อดิเรกบุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพวงค์ มหาชโนตมางตประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมาลย์ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกียรติคุณ อดุลยวิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ บริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุดสมบัติ เสนางคนิกรรัตนอัศวโกศลประพนธปรีชา มัทวสมาจาร บริบูรณคุณสารสยามาทินค รวรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธรบรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษฏาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวศรัยพุทธาธิไตรรัตนสรณารักษ์อดุลยศักดิ์ อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 6 ใช้อักษรย่อว่า วปร ย่อมาจาก มหาวชิราวุธ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 15 ปี (พระชนมายุ 45 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 7


รัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก มหันตเดชนดิลกรามาธิบดี เทพยปรียามหาราชรวิวงศ์ อสัมภินพงศพีระกษัตรบุรุษรัตนราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี จักรีบรมนาถจุฬาลงกรณราชวรางกูร มหมกุฏวงศวีรสูรชิษฐ ราชธรรมทศพิธ อุต์กฤษฎานิบุณย์อดุลยฤษฎาภินิหาร บูรพาธิการสุสาธิต ธันยลักษณ์วิจิตรเสาวภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคมานทสนธิมตสมันตสมาคม บรมราชสมภาร ทิพยเทพวตารไพศาลเกียรติคุณ อดุลยศักดิเดช สรรพเทเวศปริยานุรักษ์ มงคลลคนเนมาหวัยสุโขทัยธรรมราชา อภิเนาวศิลปศึกษาเดชาวุธ วิชัยยุทธศาสตร์โกศล วิมลนรรยพินิต สุจริตสมาจาร ภัทรภิชญาณประดิภานสุนทรประวรศาสโนปสุดมภก มูลมุขมาตยวรนายกมหาเสนานี สราชนาวีพยูหโยธโพยมจร บรมเชษฏโสทรสมมต เอกราชยยศสธิคมบรมราชสมบัติ นพปฏลเศวตฉัตราดิฉัตร ศรีรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษกาภิศิกต์ สรรพทศทิศวิชิตเดโชไชย สกลมไหศวรยมหาสยามินทรมเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาตอาชาวศรัย พุทธาธิไตรรัตนวิศิษฎศักดิ์อัครนเรศวราธิบดี เมตตากรุณาศีตลหฤทัย อโนปไมยบุณยการ สกลไพศาลมหารัษฏราธิบดินทร์ ประมินทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 7 ใช้อักษรย่อว่า ปปร ย่อมาจาก มหาประชาธิปก ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 9 ปี  (พระชนมายุ 47 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 8


รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล

พระบาทสมเด็จพระปรเมนมหา อานันทมหิดลสกลไพศาลมหารัษฎาธิบดี พระอัฐมรามาธิบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร (ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๙ ทรงได้รับการสถาปนาพระบรมอัฐิ เฉลิมพระนามเป็น พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลอดุลยเดช วิมลรามาธิบดี จุฬาลงกรณราชปรียวรนัดดา มหิตลานเรศวรางกูร ไอศูรยสันตติวงศวิสุทธ์ วรุตมขัตติยศักตอรรคอุดมจักรีบรมราชวงศนิวิฐ ทศพิธราชธรรมอุกฤษฎนิบุณ อดุลยกฤษฎาภินิการรังสฤษฎ์ สุสาธิตบูรพาธิการ ไพศาลเกียรติคุณอดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์อดุลยพิเศษ สรรพเทเวศรานุรักษ์ ธัญอรรคลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมงคประณตบาทบงกชยุคล อเนกนิกรชนสโมสรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สรรพรัฐทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวไศรย พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ วิศิษฎศักตอัครนเรศรามาธิบดี พระอัฐมราะบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ 8 ใช้อักษรย่อว่า อปร ย่อมาจาก มหาอานันทมหิดล ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 12 ปี (พระชนมายุ 20 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 9


รัชกาลที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
รัชกาลที่ 9 ใช้อักษรย่อว่า ภปร ย่อมาจาก มหาภูมิพลอดุลยเดช ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ 70 ปี (พระชนมายุ 88 พรรษา)
. . . . .

รัชกาลที่ 10


รัชกาลที่ 10 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

รัชกาลที่ 10 ใช้อักษรย่อว่า วปรย่อมาจาก มหาวชิราลงกรณ ปรมราชาธิราช” | ครองราชย์ ปัจจุบัน
พระนามเดิมของพระองค์ เดิมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ บรมจักรยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธำรง สุบริบาล อภิคุณูประการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ์สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกุมาร
เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จขึ้นทรงราชย์เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
. . . . .

พระนามเต็ม ร.10 เรียกได้ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 2559 เป็นต้นไป

(สนช. กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามกฎมณเฑียรบาล เมื่อเวลาประมาณ 11:00 น. วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2559) และสำนักพระราชวังออกหมายกำหนดการพระราชพิธีปัญญาสมวาร ร.9 (เป็นทางการแล้ว) พร้อมประกาศให้เรียกพระนามใหม่ ร.10 “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรได้ตั้งแต่ 2 ธ.ค. 2559 นี้ เป็นต้นไป อ่านต่อ >> http://news.mthai.com



ชื่อของพระมหากษัตริย์ไทย 1-10

พระปรมาภิไธย (พระมหากษัตริย์ไทย)

พระปรมาภิไธย (พระ+ปรม+อภิไธย แปลว่า ชื่ออันประเสริฐยิ่ง) หมายถึง พระนามของพระมหากษัตริย์ราชเจ้า ตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏ หลังจากที่ได้มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 และใช้มาจนถึงพระมหากษัตริย์พระองค์ปัจจุบัน
ลำดับการถวายพระปรมาภิไธย : โดยพระมหากษัตริย์จะทรงโปรดให้เฉลิมพระปรมาภิไธยแด่พระองค์เอง และทรงเฉลิมพระปรมาภิไธย ถวายแด่ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช* โดยรัชกาลเลขคี่จะใช้คำว่า ปรมินทรส่วนรัชกาลเลขคู่จะใช้คำว่า ปรเมนทรซึ่งเป็นพระราชนิยมที่เริ่มใช้ในรัชกาลที่ 4
*สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช  หมายถึง พระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีในราชวงศ์ก่อนหน้า และสมเด็จพระบรมราชบูรพการี คือ พระมหากษัตริย์และพระบรมราชินีรัชกาลก่อนแห่งราชวงศ์ปัจจุบัน

การลงพระปรมาภิไธย ในเอกสารราชการ

การทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารสำคัญต่างๆ ของทางราชการ มีรูปแบบของแต่ละรัชกาล ดังนี้
รัชกาลที่ 1: มหาจักรีบรมนาถ ป.ร.
รัชกาลที่ 2: มหาอิศรสุนทร ป.ร.
รัชกาลที่ 3: มหาเจษฎาบดินทร ป.ร.
รัชกาลที่ 4: มงกุฎ ป.ร. หรือ สมเด็จพระปรเมนทรมหามกุฎฯ พระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม
รัชกาลที่ 5: จุฬาลงกรณ์ ป.ร. หรือ สยามมินทร์
รัชกาลที่ 6: วชิราวุธ ป.ร. หรือ ราม วชิราวุธ หรือ ราม ร
รัชกาลที่ 7: ประชาธิปก ป.ร.
รัชกาลที่ 8: อานันทมหิดล
รัชกาลที่ 9: ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
รัชกาลทึ่ 10: มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ชื่อรัชกาลทั้งสิบรัชกาล (พระนาม) เรียบเรียงโดย www.campus-star.com

. . .


เครื่องบินฝึก T50TH

เครื่องบินฝึก T50TH
กองทัพอากาศไทย แจงสมรรถนะ เครื่องบินฝึก T50TH ถึงความคุ้มค่า สมรรถนะ และกระบวนการจัดซื้อ หลังมติครม.เห็นชอบการจัดซื้อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม 
กองทัพอากาศไทย แจงสมรรถนะ เครื่องบินฝึก T50TH ถึงความคุ้มค่า สมรรถนะ และกระบวนการจัดซื้อ หลังมติครม.เห็นชอบการจัดซื้อ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม 


                  หลังจากเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 60 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบการจัดซื้อเครื่องบิน T-50TH จำนวน 8 เครื่อง วงเงินงบประมาณ 9,000 ล้านบาท ผูกพันงบ ปี ในระยะพ.ศ.2560-2563 โดยจ่ายในงวดแรกเป็นเงินจำนวน 1,800 ล้านบาท งวดที่สอง2,700 ล้านบาท งวดที่สาม 2,700 ล้านบาท และงวดที่ 4 1,800 ล้านบาท เพื่อจัดหาให้กับกองทัพอากาศ ตามที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เสนอต่อที่ประชุม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม 
ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก "กองทัพอากาศไทย Royal Thai Air Force" ได้ทำข้อมูลออกมาชี้แจงถึงความคุ้มค่า สมรรถนะ และกระบวนการจัดซื้อว่า
T-50TH เป็นเครื่องบินที่ดี ราคาถูก คุ้มค่า มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ไม่สูง มีสมรรถนะที่ดี พัฒนาโดยบริษัท KAI สาธารณรัฐเกาหลี ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน ของสหรัฐอเมริกา ผู้ผลิตเครื่องบิน F-16 เป็นหนึ่งในเครื่องบินฝึกหัดไม่กี่รุ่นในโลกที่มีความเร็วเหนือเสียง ทั้งนี้โดยพื้นฐานแล้ว T-50 มีโครงแบบส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับเครื่องบิน F-16
L-39 ZA/ART VS. T-50TH
L-39 ZA/ART เครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นในปัจจุบันบรรจุประจำการตั้งแต่ปี 2537 มีอายุการใช้งานกว่า (23ปี) มีเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ไม่สามารถตอบสนองภารกิจการฝึกกับเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงของกองทัพอากาศต่อไปได้ ปัจจุบันมีสภาพความพร้อมปฏิบัติการ (FMC) ลดลง มีข้อขัดข้องด้านการส่งกำลังและซ่อมบำรุง มีค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาเพิ่มขึ้น และไม่คุ้มค่าในการยืดอายุการใช้งาน
(T-50TH) เครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นทดแทน L-39 มีเทคโนโลยีที่เหมาะสม ทันสมัย (Modernize Aircraft and Training System) เป็นเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น ที่มีสมรรถนะสูงเพียงพอที่จะพัฒนาการฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นให้สามารถปฏิบัติภารกิจกับเครื่องบินขับไล่/โจมตีสมรรถนะสูงของกองทัพอากาศที่มีใช้งานในปัจจุบัน
ความคุ้มค่า
- มีขีดความสามารถในการติดตั้งใช้งานอาวุธได้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะที่กองทัพอากาศมีใช้งานในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกิจเฉพาะหลัก และกิจเฉพาะรอง
- ติดตั้งเครื่องยนต์ชนิดเดียวกับเครื่องบิน Gripen 
- สามารถใช้งานอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นและเครื่องมือร่วมกับเครื่องบิน F-16 ได้ถึงร้อยละ 70 ส่งผลให้การดูแลรักษา ซ่อมบำรุง มีความง่าย ไม่ต้องลงทุนจัดซื้อเครื่องมือใหม่ทั้งหมด
- ติดตั้งระบบเรดาร์ที่ทันสมัยและสามารถตรวจจับเป้าหมายได้
ระบบฝึกบินทางยุทธวิธี
- มีระบบฝึกการบินทางยุทธวิธี (Embedded Tactical Training System : ETTS) ติดตั้งทั้งเครื่องบิน ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น ระบบ ETTS นี้จะช่วยการฝึกนักบินให้มีความสมจริงเหมือนการรบ (Train-As-You-Fight) โดยจำลองขีดความสามารถการใช้อาวุธของเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง และสร้างสภาพแวดล้อมต่างๆ ในการปฏิบัติภารกิจให้สมจริง สามารถจำลองระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) จำลองการใช้อาวุธต่อเป้าหมายทั้งแบบอากาศ-อากาศ, อากาศ-พื้น, อาวุธนำวิถีแบบระยะไกลเกินสายตา และจำลองการทิ้งระเบิดแบบต่าง ๆ
รวมทั้งแสดงผลความแม่นยำ (Scoring) ในการใช้อาวุธ ทำให้สามารถวัดผลการฝึกนักบินได้เป็นอย่างดี สามารถจำลอง เป้าหมาย และภัยคุกคาม (Threat) เพื่อให้นักบินสามารถวางแผนดำเนินกลยุทธ์ หรือยุทธวิธีต่อเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้นมีประสิทธิภาพสูง นักบินมีความคุ้นเคยต่อประสิทธิภาพและการใช้อาวุธของเครื่องบินขับไล่ชั้นแนวหน้าของกองทัพอากาศได้เป็นอย่างดี ทำให้การฝึกบินเปลี่ยนแบบจากเครื่องบินฝึกนักบินขับไล่ขั้นต้น ไปสู่เครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูง ให้มีความพร้อมรบได้ในระยะเวลาสั้นลง ส่งผลต่อความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ และประหยัดงบประมาณของประเทศ
แผนที่ทางอากาศ
- มีขีดความสามารถด้านการใช้แผนที่ทางอากาศแบบดิจิตอล (Digital Moving Map) ทั้งบนเครื่องบินและในเครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) จะช่วยให้นักบินสามารถวางแผนการบินได้ดีขึ้น เพิ่มความตระหนักรู้สถานการณ์ (Situation Awareness) ให้กับนักบินในขณะที่ปฏิบัติการบินต่อเป้าหมายทั้งภาคพื้นและภาคอากาศ เพิ่มความปลอดภัยในการบิน เพราะสามารถทราบตำแหน่งที่ตั้ง อุปสรรค ความสูงของพื้นที่การรบ เป้าหมาย หรือพื้นที่การฝึก ช่วยในการตัดสินตกลงใจในการปฏิบัติภารกิจ หรือการฝึกนักบิน อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการบินเข้าสู่เป้าหมาย
- สามารถพัฒนาให้ติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link : TDL) หรือระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีที่สามารถใช้งานในระบบบัญชาการและควบคุม หรือใช้ในระบบการปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศได้ในอนาคต
- สามารถติดตั้งระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare : EW) ประกอบด้วย Radar Warning Receiver (RWR) และ Counter Measure Dispenser System (CMDS) ที่ทันสมัย สามารถพัฒนาและปรับปรุงฐานข้อมูล Threat Library ให้ทันสมัยได้ในอนาคต
- มีระบบพิสูจน์ฝ่าย (Identification Friend or Foe : IFF) ซึ่งสามารถใช้งานร่วมกับระบบของกองทัพอากาศ รวมทั้งสามารถใช้งานได้เมื่อทำการบินในเส้นทางการบิน โดยเป็นไปตามมาตรฐานสากล

ระบบเครื่องช่วยฝึกบินจำลอง
- มีระบบเครื่องช่วยฝึกบินจำลอง (Simulator) และระบบการฝึกอบรมนักบินและเจ้าหน้าที่เทคนิคแบบบูรณาการ (Integrated Training System : ITS) ทำให้สามารถฝึกนักบินและเจ้าหน้าที่เทคนิคได้อย่างครอบคลุม สามารถประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึก
- มีระบบการฝึกเจ้าหน้าที่เทคนิคแบบเสมือนจริง (Virtual Technical Training System : VTTS) เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าหน้าที่เทคนิค เกี่ยวกับการทำงานของระบบต่างๆ ในเครื่องบิน รวมถึงวิธีการซ่อมบำรุงเครื่องบิน
- มีอุปกรณ์ Computer Based Training (CBT) สำหรับฝึกอบรมนักบินและเจ้าหน้าที่เทคนิค
- มีระบบวางแผนการปฏิบัติภารกิจ (Mission Planning Systems : MPS) เพื่อใช้วางแผนการปฏิบัติภารกิจ และบรรยายสรุปก่อนบิน
- มีระบบบรรยายสรุปภายหลังการปฏิบัติภารกิจ เพื่อเก็บข้อมูล หรือบันทึกข้อมูลด้านการบิน และการปฏิบัติภารกิจ (Mission Debriefing System : MDS) ซึ่งมีขีดความสามารถบันทึกภาพและเสียงเป็นระบบ Digital เพื่อใช้วิเคราะห์การปฏิบัติภารกิจ และบรรยายสรุปภายหลังการบิน

การถ่ายทอดเทคโนโลยี
การถ่ายทอดเทคโนโลยี และออปชั่นอื่น ๆ
- หลักสูตร System Engineering เพื่อสร้างความเข้าใจในระบบต่าง ๆ ของ บ.T-50TH จำนวน ๑๐ คน ระยะเวลา ๔ สัปดาห์ ณ สาธารณรัฐเกาหลี
-หลักสูตร Training Needs Analysis (TNA) เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการวิเคราะห์ความต้องการการฝึกอบรมที่เหมาะสม จำนวน ๓ คน ระยะเวลา ๔ สัปดาห์ ณ สาธารณรัฐเกาหลี
- บริษัทฯ จัดทำ Group A Provisioning (ติดตั้งระบบสายไฟ จัดเตรียมพื้นที่สำหรับ ติดตั้งอุปกรณ์บน บ.ในอนาคต และติดตั้ง Softwareพร้อมใช้งาน) สำหรับระบบเรดาร์ ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link) แบบ Link-16 ระบบ Radar Warning Receiver (RWR) ระบบ Countermeasures Dispenser System (CMDS) และจัดเตรียมแผงควบคุมอุปกรณ์เหล่านั้นไว้ให้พร้อมใน Cockpit โดยไม่คิดมูลค่า (Free of Charge) (ทอ.สามารถจัดหาอุปกรณ์ข้างต้นมาติดตั้งใช้งานได้ในอนาคต)
- หลักสูตรการฝึกอบรมของ จนท.เทคนิค คือ หลักสูตร Sheet Metal Technician Training โดยไม่คิดมูลค่า (Free of Charge)

Users ประเทศที่นำ T-50 เข้าประจำการ
1. สาธารณรัฐเกาหลี (T-50 50 เครื่อง, TA-50 22 เครื่อง, T-50B 10 เครื่อง และ FA-50 60 เครื่อง)
2. อิรัก T-50IQ 24 เครื่อง
2. อินโดนีเซีย T-50I 16 เครื่อง
4. ฟิลิปปินส์ T-50PH 12 เครื่อง (FA-50)
ขั้นตอนและกระบวนการจัดซื้อ
กองทัพอากาศแต่งตั้งคณะกรรมการด้านต่างๆ มาดำเนินการ ดังนี้
- แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาและรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำขอบเขตความต้องการของโครงการ (Scope Of Project Requirement : SOPR)
- แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำรายละเอียดความต้องการ (Detail of Requirement) โดยนำเอา SOPR มาพิจารณา ระบุรายละเอียด คุณลักษณะ ขีดความสามารถ ความต้องการด้านต่าง ๆ
- แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาราคากลาง
- แต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ ดำเนินกรรมวิธีจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ
- เมื่อคณะกรรมการจัดซื้อตรวจสอบการเสนอราคา โดยมีเอกสารหลักฐานถูกต้อง เชื่อถือได้ เงื่อนไข และรายละเอียดพัสดุเป็นไปตามความต้องการของทางราชการ มีราคาที่สมเหตุผล สามารถยอมรับได้ จึงสรุปผลการจัดซื้อนำเรียนผู้มีอำนาจขออนุมัติจัดซื้อตามลำดับชั้น


Credit : @https://www.voicetv.co.th/read/507523

การนับรุ่นศิษย์เก่าโยธินบูรณะ

 การนับรุ่นศิษย์เก่าโยธินบูรณะ โดยสมาคมศิษย์เก่าโยธินบูรณะ